Select Language THEN

 

หลักฐานทางโบราณคดี

หลักฐานทางโบราณคดีที่พบในปราสาทกู่สันตรัตน์ มีดังนี้

1. พระวัชรธร สลักจากหินทรายขนาดหน้าตักกว้าง 37 เซนติเมตร สูง 57 เซนติเมตร สภาพสมบูรณ์ สลักเป็นรูปเทพบุรุษประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานกลีบบัวด้านล่างมีเดือยเป็นแกนยาวลงไปเพื่อเสียบกับฐานรูปเคารพ พระองค์ทรงสวมกระบังหน้า พระหัตถ์ข้างขาวทรงวัชระ ส่วนพระหัตถ์ซ้ายทรงกระดิ่ง โดยหันทางด้ามที่ทำเป็นรูปกลีบบัวออกมาข้างหน้า พระหัตถ์ทั้งสองซ้อนกันอยู่ที่ระดับพระนาภี จากลักษณะทางศิลปะกำหนดได้ว่าเป็นงานศิลปกรรมแบบบายนของขอม ราวพุทธศตวรรษที่ 18 เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณะและเทพศัสตราวุธที่ทรงถือในพระหัตถ์สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นรูปพระวัชรธร ซึ่งถือเป็น อาทิพุทธ หรือประธานของพระพุทธเจ้า ผู้ให้กำเนิดพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆ ตามคติความเชื่อของศาสนาพุทธลัทธิมหายาน อันเป็นศาสนาที่นับถือกันในสมัยนั้น

2. พระพุทธรูปนาคปรก สลักจากหินทรายขนาดหน้าตักกว้าง 46 เซนติเมตร สูง 100 เชนติเมตร พระองค์ประทับนั่งบนขนดนาค 3 ชั้น ปลายสอบเข้าหากันด้านล่าง ด้านหลังเศียรพระพุทธองค์ มีนาค 7 เศียร กำลังแผ่พังพานอยู่ พระองค์ประทับนั่งปางสมาธิ (แม้ว่าพระหัตถ์ทั้งสองจะหายไป แต่ยังมีร่องรอยของการประสานหัตถ์อยู่เหนือพระเพลา) สวมมงกุฎทรงกรวยครอบอุษณีษะ และสวมกระบังหน้า มีลายรูปสามเหลี่ยมเรียงกันอยู่กลางแนวกรอบกระบังหน้า จากการพิจารณาลักษณะทางศิลปะ กำหนดได้ว่าเป็นงานศิลปกรรมแบบบายนของขอม อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18

3. แท่งหินทรงสามเหลี่ยม (บันแถลง) รูปพระอินทร์และชายาบนหลังช้างเอราวัณ พบจากการขุดแต่ง เมื่อปี พ.ศ.2542 โดยพบอยู่ด้านนอกของกำแพงแก้วด้านหลัง (ทิศตะวันตก) สลักจากหินทรายมีขนาดกว้าง 80 เชนติเมตร สูง 90 เชนติเมตร ด้านล่างเป็นแท่นหนา และมีด้านบนเป็นกรอบในลักษณะซุ้มสามเหลี่ยม ภายในซุ้มสลักเป็นภาพเทพประทับนั่งท่ามาหาราชลีลาอยู่ด้านหน้า โดยมีเทวสตรีทรงสวมศิราภรณ์แหลมสูงอยู่เบื้องหลังเทพทั้งสองประทับนั่งบนช้าง 3 เศียร สันนิษฐานว่าเป็นภาพของพระอินทร์และชายา บนหลังช้างเอราวัณ ซึ่งเป็นเทพพาหนะของพระองค์