Select Language THEN

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ปราสาทนารายณ์เจงเวง

จังหวัดสกลนคร

ขนาดพื้นที่

จังหวัดสกลนครมีพื้นที่ทั้งหมด 9,605.76 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 6,003,603 ไร่

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดกับ จังหวัดหนองคาย ทิศใต้ ติดกับ จังหวัดนครพนม ทิศตะวันออก ติดกับ จังหวัดกาฬสินธุ์ และ จังหวัดอุดรธานี ทิศตะวันตก ติดกับ จังหวัดอุดรธานี

ประชากร

ประชากรของจังหวัดสกลนคร มีจำนวนทั้งหมด 1,149,472 คน แยกเป็นประชากรชายจำนวน 573,346 คน ประชากรหญิงจำนวน 576,126 คน

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัดสกลนคร ทางด้านทิศใต้เป็นแนวเทือกเขาภูพาน พื้นที่จึงสูงแล้วจากนั้นค่อยลาดเอียงลงมาทางทิศเหนือและทิศตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่มีโครงสร้างประกอบด้วยหินทราย ทำให้ดินส่วนมากจึงเป็นดินทรายมีลักษณะร่วน น้ำซึมผ่านได้ง่ายไม่เก็บน้ำ ถึงแม้มีปริมาณน้ำฝนต่อปีตกเป็นจำนวนมากก็ตาม โดยมีลักษณะภูมิประเทศแต่ละพื้นที่ ดังนี้

1. พื้นที่ตอนใต้ สภาพพื้นที่เป็นที่ราบสูงบนเทือกเขาภูพานและที่ราบระหว่างหุบเขา ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นแบบลูกคลื่นลอนลาด อยู่บริเวณอำเภอเต่างอย อำเภอภูพานและอำเภอกุดบาก มีต้นน้ำและลำธารหลายสายจากเทือกเขาภูพาน รวมทั้งมีป่าไม้ดิบแล้งและทุ่งหญ้าเหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์

2. พื้นที่ตอนเหนือ สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาด พื้นที่เหนืออำเภออากาศอำนวยและริมน้ำสงครามบางส่วนเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมใช้ทำนาได้บางส่วนเท่านั้น ส่วนใหญ่ทิ้งไว้รกร้างว่างเปล่า มีไม้พุ่มเตี้ยและหญ้าขึ้นปกคลุมทั่วไป

3. พื้นที่ตะวันออก มีสภาพพื้นที่แบบเนินลูกคลื่นลอดลาดบริเวณอำเภอกุสุมาลย์ รวมถึงบริเวณที่ราบลุ่มหนองหาน อำเภอโพนนาแก้ว ติดกับอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม

4. พื้นที่ตะวันตก สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลูกคลื่นลอนลาดติดกับจังหวัดอุดรธานี เหมาะสำหรับทำนา พืชไร่และการเลี้ยงสัตว์

5. พื้นที่ตอนกลาง มีสภาพพื้นที่เป็นแอ่งที่ราบลุ่มน้ำหนองหาน ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รองจากบึงบอระเพ็ด ที่ราบลุ่มหนองหานเป็นแอ่งที่ราบน้ำจากลำน้ำหลายสายที่ไหลมาลงจากเทือกเขาภูพาน จึงทำให้หนองหานมีน้ำท่วมขังตลอดปี บริเวณนี้โดยรอบเหมาะสมสำหรับการทำนาหาปลาและจับสัตว์น้ำ รวมทั้งประเพณีแข่งเรือยาวในเทศกาลออกพรรษาอีกด้วย

ลักษณะภูมิอากาศ

จังหวัดสกลนครมีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน มีฤดูฝนตกสลับกับฤดูแล้งอย่างเห็นชัดเจนหรือเรียกว่า ภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อน ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีอากาศชุ่มชื้น และมีฝนตกชุกติดต่อกันเกือบ 6 เดือน แต่ในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งเกือบตลอดฤดู ส่วนช่วงรอยต่อระหว่างฤดูมรสุมทั้งสองเป็นช่วงระยะเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านเส้นศูนย์สูตรขึ้นไปยังซีกโลกเหนือ บริเวณพื้นดินสะสมความร้อนเอาไว้จนทำให้อากาศร้อนอบอ้าว ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองเป็นครั้งคราว

ฤดูฝน โดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ถึงต้นเดือนตุลาคม รวมระยะเวลาประมาณ 4-5 เดือน ปริมาณน้ำฝนที่ตกชุกในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ส่วนใหญ่เป็นฝนที่เกิดจากพายุดีเปรสชั่นเคลื่อนตัวมาจากทะเลจีนใต้เฉลี่ยปีละ 2-3 ลูก ถ้าหากปีใดพายุดีเปรสชั่นเข้าน้อยกว่า 2 ลูก ปีนั้นมักแห้งแล้ง แต่ถ้าหากพายุดีเปรสชั่นเข้ามามากกว่า 3 ลูกจึงมักทำให้เกิดน้ำท่วม

ฤดูหนาว ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ รวมระยะเวลาเกือบ 4 เดือนส่วนในช่วงต้นเดือนตุลาคมเป็นระยะเปลี่ยนระหว่างฤดูฝนกับฤดูหนาว อาจทำให้มีฝนตกได้เป็นบางวัน

ฤดูหนาวของจังหวัดสกลนครมีลักษณะอากาศหนาวเย็นอย่างชัดเจน เป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดมาจากประเทศจีน ทำให้เกิดกระแสลมที่ค่อนข้างหนาวเย็นและแห้ง ฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม รวมระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ระยะนี้เป็นช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหมดกำลังอ่อนลง ลมตะวันออกเฉียงใต้จากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยจึงพัดมาแทนที่ ทำให้เป็นระยะหนึ่งที่มีอากาศร้อนโดยทั่วไป

เครื่องหมายประจำจังหวัด

“รูปเจดีย์พระธาตุเชิงชุม” หมายถึง พระเจดีย์ธาตุเชิงชุม ซึ่งเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ เพราะเชื่อกันว่าเจดีย์ก่อขึ้นสวมรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ในภัครกัปนี้ คือ พระพุทธเจ้ากุสันธะโกนาคมนะกัสสปะ และโคตรมะ นัยว่า พระศรีอาริยเมตไตรย พระพุทธเจ้า ซึ่งจะมาตรัสรู้ในอนาคตก็จะทรงมาประทับรอยพระบาทไว้ ณ ที่นี้ด้วย ตัวพระธาตุตั้งอยู่บนเนินในวัดพระธาตุเชิงชุม ข้างในทึบสร้างด้วยศิลาแลงและศิลาทราย ชื่อเก่าของเมืองนี้คือหนองหารและสกลทวาปี และปี พ.ศ.2318 ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อสกลนคร

คำขวัญประจำจังหวัด

พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง

งามลือเลื่องหนองหาร แลตระการปราสาทผึ้ง

สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม

สถานที่สำคัญในจังหวัด

จังหวัดสกลนคร เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งอยู่ในบริเวณแอ่งสกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้จังหวัดสกลนครยังเป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญและมีความหลากหลายในด้านต่างๆประกอบด้วย สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง ศาสนาและวัฒนธรรม นอกจากนี้จังหวัดสกลนครยังมีสถานที่สำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดังนี้ ชุมชนผ้ายอมคราม (ดอนกอย) ศูนย์อินแปง ศูนย์วัฒนธรรมไทโซ่ บ้านท่าวัด สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติภูภาเหล็ก อุทยานแห่งชาติภูพาน วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ถ้ำเสรีไทย วัดถ้ำผาแด่น วัดป่านาคนิมิตต์ วัดถ้ำพวง วัดถ้ำพระทอง วัดป่าภูริทัตตถิราวาส วัดถ้ำขาม วัดคำประมง วัดป่าสุทธาวาส พิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ฟั่น พิพิธภัณฑ์หลวงปู่วัน พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุย เทสกเจดีย์พิพิธภัณฑ์ภูพาน พิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร ปราสาทบ้านขอม(กู่พันนา) ปราสาทพระธาตุดุม ปราสาทนารายณ์เจงเวง และปราสาทภูเพ็ก

รายชื่ออำเภอในเขตการปกครองจังหวัด

จังหวัดสกลนครแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ ดังนี้

ลำดับ

อำเภอ

1

อำเภอเมืองสกลนคร

2

อำเภอกุดบาก

3

อำเภอกุสุมาลย์

4

อำเภอบ้านม่วง

5

อำเภอพรรณานิคม

6

อำเภอพังโคน

7

อำเภอวานรนิวาส

8

อำเภอวาริชภูมิ

9

อำเภอสว่างแดนดิน

10

อำเภออากาศอำนวย

11

อำเภอส่องดาว

12

อำเภอนิคมน้ำอูน

13

อำเภอคำตากล้า

14

อำเภอเต่างอย

15

อำเภอโคกศรีสุพรรณ

16

อำเภอเจริญศิลป์

17

อำเภอโพนนาแก้ว

18

อำเภอภูพาน

 

รูปแผนที่เขตจังหวัด

(ที่มา : http://sakonnakhon.cdd.go.th/about-us/vision-mission)