Select Language THEN

 

ประวัติ

ปราสาทนารายณ์เจงเวง มาจากคำว่า นารายณ์ กับ เจงเวง ซึ่งคำว่า “นารายณ์” หมายถึง พระวิษณุผู้เป็น 1 ใน 3 เทพเจ้าตรีมูรติของศาสนาพราหมณ์ ส่วนคำว่า “เจงเวง” แปลว่า ความรุ่งเรือง หรือ เลื่องลือ หากแปลตรงตามชื่อก็มีความหมายว่า เป็นปราสาทพระนารายณ์ผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองอันเป็นที่เลื่อนลือ และ ชื่อปราสาทแห่งนี้ยังเป็นชื่อเดียวกับพระอัครมเหสีของพระเจ้าสุวรรณภิงคาร เจ้าเมืองหนองหารลวง ตามที่ปรากฏอยู่ในอุรังคนิทาน หรือคัมภีร์อุรังคธาตุ ซึ่งได้กล่าวว่าพระนางนารายณ์เจงเวงเป็นผู้สร้างปราสาทนารายณ์เจงเวงขึ้นเพื่อประดิษฐานพระอังคาระ หรือถ่านจากที่ถาวายพระเพลิงของพระพุทธเจ้า ณ กรุงกิสินารา ซึ่งอนุญาตโดยพระมหากัสสป

ปราสาทนารายณ์เจงเวง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ที่มา : สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

 

ปราสาทนารายณ์เจงเวงเป็นปราสาทที่มีสภาพเกือบสมบูรณ์มากกว่าศาสนสถานแห่งอื่นๆในจังหวัดสกลนคร และมีการบูณณะโดยกองโบราณคดี กรมสิลปากร เมื่อ พ.ศ.2520-2521 เนื่องจากว่าองค์ปราสาทอยู่ในสภาพเอียงและทรุดมาก มีหินบางส่วนเคลื่อนตัวพังทลายลงมา ดังนั้นการบูรณะจึงดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกเข้าเฝือกค่ำยันไว้ และระยะที่สองใช้วิธีอนัสติโลซิส คือรื้อก้อนหินออกหมดแล้วทำการประกอบเข้าใหม่ ต่อมามีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดขอบเขตโบราณสถาน เล่มที่ 44 ตอนที่ 155 ในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2525 โดยมีเนื้อที่ทั้งหมด 3 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา