Select Language THEN

 

ศิลปะและสถาปัตยกรรม

ปราสาทเปือยน้อย เป็นศิลปะผสมระหว่างศิลปะเขมร แบบบาปวน และแบบนครวัด โดยองค์ประกอบของปราสาทเปือยน้อย มีดังนี้

 

ชาลาเอกมุข

ชาลาเอกมุข มีลักษณะฐานศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมที่ก่อยกระดับขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง และมีมุขก่อยื่นออกทางข้างหน้าเพียงด้านเดียว โดยมีบันไดอยู่ข้างหน้าเพื่อให้สามารถเดินขึ้นสู่ชาลาเอกมุขได้ สำหรับทางด้านข้างของชาลาทั้งสองข้างมีคันดินก่อต่อเนื่องออกไปเป็นแนวยาว เพื่อกั้นขอบเขตพื้นดินให้สูงขึ้นตลอดทั้งแนว ทำให้แลดูว่าส่วนในของเทวสถานมีระดับสูงกว่าพื้นดินที่อยู่ด้านนอก อันเป็นการแสดงถึงปริมณฑลของจักรวาล 

แผนที่เดินดินบริเวณรอบๆ ปราสาทเปือยน้อย อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น

ที่มา : นางญาตาวี ไชยมาตย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

 

กำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแลงในกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 20 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร ก่อด้วยศิลาแลง สร้างต่อเนื่องจากประตูซุ้มทิศตะวันออกล้อมรอบปราสาทประธาน และบรรณาลัย ชั้นบนสุดของแนวกำแพงมีร่องรอยการสกัดสำหรับวางทับหลังกำแพง

 

กำแพง

 

กำแพงแก้วของปราสาทเปือยน้อย

ที่มา : สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร  

 

กำแพง ก่อด้วยศิลาแลงเป็นกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบกลุ่มปราสาทประธาน ยาว 32 เมตร กว้าง 28 เมตร และหนาประมาณ 1.50 เมตร

 

ประตูซุ้ม หรือ โคปุระ

ประตูซุ้ม หรือ โคปุระ อยู่บริเวณกึ่งกลางของกำแพงทั้งด้านหน้าและหลัง (ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก) สร้างเป็นประตูซุ้มขนาดใหญ่ (หรือที่เรียกกันว่า “โคปุระ”) โดยประตูซุ้มด้านหน้ามีขนาดที่ใหญ่กว่าประตูซุ้มด้านหลังเล็กน้อย ประตูซุ้มหรือโคปุระด้านหน้า มีผังเป็นรูปกากบาทย่อมุม กล่าวคือ มีมุมที่ต่อยื่นออกไปจากห้องกลาง ซึ่งสามารถเดินทะลุผ่านเข้าสู่ลานปราสาทด้านในได้ นอกจากนี้ยังมีห้องมุมขนาดเล็กอยู่ที่ปีกทั้งสองของประตุซุ้มอีกข้างละ 1 ห้อง  

ประตูซุ้ม หรือ โคปุระ ปราสาทเปือยน้อย

ที่มา : สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร  

 

กลุ่มปราสาทประธาน

กลุ่มปราสาทประธาน ประกอบด้วยปราสาทอิฐทั้ง 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก สำหรับรูปทรงของปราสาททั้ง 3 หลัง มีลักษณะดังนี้

ปราสาทประธาน (หลังกลาง) มีลักษณะเป็นปราสาทอิฐรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ขนาดกว้างยาวประมาณ 7.5 X 7.5 เมตร

ปราสาทบริวารหลังเหนือ มีแผนผังเช่นเดียวกับปราสาทหลังกลางแต่มีขนาดเล็กกว่ากล่าวคืออยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม กว้างยาวด้านละ 6 เมตร

ปราสาทบริวารหลังใต้ มีแผนผังเช่นเดียวกับปราสาทหลังกลางแต่มีขนาดเล็กกว่ากล่าวคืออยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม กว้างยาวด้านละ 6 เมตร

 

ปราสาททั้ง 3 หลัง มีประตูทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันออกเพียงประตูเดียว ส่วนที่เหลืออีก 3 ด้านเป็นประตูหลอก การก่อสร้างใช้อิฐเป็นวัสดุสำหรับก่อสร้างในตำแหน่งที่ต้องรับน้ำหนักของอาคารและบริเวณที่ต้องการแกะสลักลวดลายต่าง ๆ

 

กลุ่มปราสาทประธาน ของปราสาทเปือยน้อย อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น

ที่มา : สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร  

 

สภาพในปัจจุบันของกลุ่มปราสาททั้ง 3 หลัง คงเหลือเฉพาะส่วนฐานและเรือนธาตุที่ทำเป็นห้องสี่เหลี่ยมเท่านั้น สำหรับเรือนยอดหรือเครื่องบนขึ้นไปไม่พบหลักฐาน แต่พอจะสันนิษฐานได้ว่าคงก่อเหลื่อมเป็นชั้น ๆ ซ้อนลดขึ้นไปอย่างที่เรียกกันว่า “ชั้นเชิงบาตร” โดยมีปราสาทจำลองประดับที่มุมของเรือนยอดและส่วนบนสุดคงเป็นยอดรูปดอกบัว 

 

บรรณาลัย (หรือวิหาร)

บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มปราสาทประธาน มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1 หลัง ก่อด้วยศิลาแลง มีขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 11 เมตร ลักษณะของอาคารเป็นห้องสี่เหลี่ยมมีประตูทางเข้าอยู่ด้านทิศตะวันตก (หันเข้าหากลุ่มปราสาทประประธาน) ด้านหน้าทำเป็นมุขยื่นออกมา 1 ห้อง ส่วนผนังด้านข้างตอนบนของอาคารทำเป็นช่องระบายอากาศหรือหน้าต่างที่มีลูกกรงศิลาประดับอยู่ผนังละ 3 ช่องระบายอากาศหรือหน้าต่างที่มีลูกกรงศิลาประดับอยู่ผนังละ 3 ช่อง อาคารลักษณะเช่นนี้พบอยู่เสมอในศาสนสถานของเขมร และเรียกกันทั่วไปว่าบรรณาลัย (หอเก็บคัมภีร์) หรือวิหาร

 

อาคารบรรณาลัย ปราสาทเปือยน้อย

ที่มา : สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร  

 

 

อาคารบรรณาลัย มุมจากทางทิศตะวันตก

ที่มา : สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร