Select Language THEN

 

ศาสนาและความเชื่อ

สำหรับคติการสร้างศาสนสถานไว้บนภูเขาเช่นนี้ นายปามองดเยร์ นักวิชาการฝรั่งเศสได้เคยสรุปไว้ว่า คงเนื่องมาจากคติความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับภูเขา ด้วยถือกันว่าภูเขามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอำนาจของเทพเจ้า และเราทราบว่าศาสนสถานของเขมร (ปราสาทหิน) หลายหลังที่สร้างขึ้นบนภูเขา ซึ่งคงเป็นความมุ่งหมายที่จะให้เทวสถานเหล่านี้เป็น “ศาสนบรรพต” ซึ่งถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่สถิตของเทพเจ้าสำคัญ คติการสร้างศาสนสถานที่สูง (ภูเขา) ในลักษณะของศาสนบรรพตนี้ ก็เปรียบประดุจการจำลองจักรวาลอันมีเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลาง และสำหรับเทวสถานเนื่องในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายแล้ว เทวสถานที่อยู่บนภูเขาก็น่าจะหมายถึงการจำลองวิมานขององค์พระศิวะซึ่งสถิตอยู่บนเขาไกรลาสให้ลงมาอยู่บนพื้นโลกโดยสมมุติแห่งนี้เช่นกัน ปราสาทภูเพ็กเป็นการสร้างศาสนสถานบนภูเขา โดยใช้แผนผังการเข้าสู่เทวสถานที่ขึ้นมาจากเชิงเขาเพื่อเข้าสู่ตัวปราสาทที่อยู่ด้านบนเช่นนี้ น่าจะเป็นลักษณะเช่นเดียวกับเทวสถานสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทเขาพระวิหาร (ซึ่งเคยอยู่ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ) กล่าวคือ เป็นเทวสถานที่ใช้แกนเป็นหลัก ซึ่งเป็นที่นิยมกันตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา และเมื่อพิจารณาถึงปราสาทหินที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ปราสาทนารายณ์เจงเวง พระธาตุดุม ปราสาทองค์ในพระธาตุเชิงชุม ก็พบว่ามีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ทั้งสิ้น จึงอาจตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า ปราสาทภูเพ็กแห่งนี้คงเป็นงานสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ในศิลปะเขมรแบบบาปวน-นครวัด เช่นเดียวกัน และน่าจะมีความตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศาสนสถานเนื่องในศาสนาฮินดูเป็นสำคัญ